ทรัพยากรธรรมชาติ
| ทรัพยากรน้ำ | ||||
| 1. น้ำบนผิวดิน ภาคเหนือเป็นภาคที่เต็มไปด้วยภูเขาและที่สูง จึงเป็นบริเวณที่มีปริมาณฝนสูง มีน้ำอุดมสมบูรณ์ แห่งต้นน้ำลำธารของภาคเหนือเป็นแหล่งน้ำ ที่ไหลลงสู่ลุ่มน้ำตอนล่างในบริเวณตอนล่างในบริเวณที่ราบภาคกลางซึ่งน่าจะมีน้ำใช้ตลอปี แต่เนื่องจากจากการหักล้างทำลายป่าไม้ที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วในระยะหลัง ๆ นี้ ทำให้แหล่งน้ำที่เคยมีป่าไม้ดูดซับน้ำไว้ หรือแหล่งน้ำตกตามที่สูฃต่าง ๆ มีปริมาณน้ำน้อยลงไปมาก จนอ่างเก็บน้ำของเขื่อนที่สร้างขึ้นในภาคเหนือกักเก็บน้ำไว้ได้น้อย บางปีมีปริมาณน้ำที่กักเก็บต่ำกว่าระดับน้ำที่ควรกักไว้สำหรับใช้ประโยชน์ จึงก่อให้เกิดปัญหาอย่างมาก เช่น เกิดปัญหาความแห้งแล้ง ปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก รวมทั้งการขาดแคลนน้ำที่จะนำมาใช้ในกิจกรรมไฟฟ้าพลังน้ำและการชลประทาน | ||||
| 2. น้ำใต้ดิน ภาคเหนือมีน้ำใต้ดินค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเฉพาะแอ่งเชียงใหม่ มีน้ำใต้ดินในรูปของน้ำบ่อและน้ำบาดาลอยู่มาก สามารถนำน้ำออกมาใช้ได้ตลอดทั้งปี เช่น อ.สันกำแพงและ อ.สารภี ใน จ.เชียงใหม่ และ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน จากการสำรวจปรากฏว่าน้ำบาดาลที่เจาะนั้นให้ปริมาณสูงมาก ประมาณ 500-1,000 แกลลอนต่อ นาที เป็นน้ำจืดใช้ในการบริโภค และเพาะปลูกได้ นอกจากนี้ยังมีในบริเวณอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งน้ำบาดาล คือ แอ่งเชียงราย ลำปาง แพร่ เป็นต้น แต่การขุดเจาะน้ำบาดาล ในบริเวณภูเขาจะเจาะเพื่อนำมาใช้ลำบากกว่าบริเวณที่ราบ | ||||
| ทรัพยากรป่าไม้และพืชพรรณธรรมชาติ | ||||
| จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดของภาคเหนือคือ จ.เชียงใหม่ 14,060 ตร.กม รองลงมาคือ จ.แม่ฮ่องสอน 8,763 ตร.กม จังหวัดที่มีป่าไม้หนา แน่นที่สุดคือ จ.เชียงใหม่ ( ร้อยละ 70.0 ของพื้นที่จังหวัด) จังหวัดที่มีป่าไม้เบาบางที่สุดคือ จ.เชียงราย (ร้อยละ 32.7 ของพื้นที่จังหวัด) ป่าไม้ใน ภาคเหนืออาจจำแนกตามลักษณะ ของพืชพรรณ ที่ขึ้นได้ดังนี้ | ||||
| 1.ป่าเบญจพรรณ หรือเรียกว่า " ป่าผสมผลัดใบ" หรือ "ป่าโปร่งผสม" มีถึงร้อยละ 46 ของพื้นที่ป่าไม้ทั้งหมดของภาคเหรือ ป่าเบญจ พรรณที่มีไม้สักขึ้นอยู่ทั่วไป เรียกว่า "ป่าสัก" ซึ่งมีอยู่ในทุกจังหวัดของภาคเหนือ (และรองลงมาถึงตากและกาญจนบุรี) ถ้าเป็นที่ราบหรือบริเวณเชิง เขาที่มีดินค่อนข้างแห้งหรือเป็นดินกรวดลูกรัง จะมีป่าแดงหรือป่าแพะ | ||||
| 2.ป่าดิบ ในภาคเหนือมีป่าดิบแล้ง พบตามที่ลุ่มชื้น ริมห้วย ลำธารและตามริมแม่น้ำใหญ่จนถึงระดับสูง 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลและมี ป่าดิบเขาใน ประเทศไทยมีอยู่ในภาคเหนือ ที่ระดับสูงกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป มีไม้จำปีและไม้เมืองหนาวขึ้นอยู่ทั่วไป เป็นพื้นที่ ๆ ถูก ถากถางเพื่อทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งปัจจุบันได้มีการส่งเสริมการปลูกผักและผลไม้เมืองหนาว และให้ชาวไทยภูเขาทำการเกษตรอยู่กับที่ | ||||
| 3.ป่าสนเขา ส่วนใหญ่พบอยู่บนเขาที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 700 เมตรขึ้นไป ป่าสนที่ปรากฏอยู่ในภาคเหนือนั้น มีทั้งที่ขึ้นปะปนอยู่กับไม้ ชนิดอื่น เช่น รัง เต็ง เหียง พลวง หรือขึ้นเป็นป่าสนล้วน | ||||
| แม่น้ำ | ||||
| แม่น้ำสายสำคัญในภาคเหนือ แบ่งออกเป็น 3 พวก ได้แก่ | ||||
| 1. พวกที่ไหลจากเหนือลงใต้ ได้แก่ แม่น้ำปิง แม่น้ำแจ่ม แม่น้ำตื่น แม่น้ำงัด แม่น้ำกวง แม่น้ำทา แม่น้ำวัง แม่น้ำจาง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และแม่น้ำปาด | ||||
| 2. พวกที่ไหลจากใต้ขึ้นเหนือ ได้แก่ แม่น้ำอิง แม่น้ำลาว แม่น้ำกก แม่น้ำจัน และแม่น้ำลี้ | ||||
| 3. พวกที่ไหลไปลงทางด้านพม่า ได้แก่ แม่น้ำเมย แม่น้ำยวม และแม่น้ำปาย ซึ่งไหลบรรจบกับแม่น้ำสาละวิน | ||||
| ลักษณะนิสัยของชาวเหนือสังเกตได้จากภาษาพูด ซึ่งเป็นภาษาไทยท้องถิ่นที่มีความไพเราะอ่อนหวาน แสดงถึงความ สุภาพอ่อนโยนในจิตใจ ความโอบอ้อมอารี และความเป็นมิตร งานหัตถกรรมมากมายที่สร้างสรรค์เป็นข้าวของเครื่องใช้ และของที่ระลึกที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นสินค้าส่งออกที่นำรายได้เข้าประเทศนั้น ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถบ่งบอกความ เป็นชาวไทยภาคเหนือได้เป็นอย่างดี อ่านต่อ... | ||||
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น